จากการเขียนBlogตอนล่าสุด เรื่อง ออมเงินต้องเข้าใจ ทำอย่างไรประหยัดภาษี ที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าจากการไปอบรมสัมมนาและการศึกษาด้วยตนเองอีกทั้งยังได้มีโอกาสอ่านบทความของหลาย ๆ ท่าน บทความที่รู้สึกว่าเนื้อหาคลอบคลุมมาก ๆ คงจะหนีไม่พ้นบทความของพี่ไช้บทความนี้ ลดหย่อนภาษี ฉบับมนุษย์เงินเดือน ซึ่งมีข้อมูลที่ทำให้ยุ้ยตัดสินใจได้ว่า สัปดาห์หน้าหลังกลับจากญี่ปุ่น เราควรจะมีอะไรบ้างเพื่อลดหย่อนภาษีให้เร็วที่สุด เพราะใกล้จะสิ้นปีแล้ว
แอบสารภาพว่า ปี2012นี้เป็นปีแรกที่เราตื่นตัวในเรื่องของการลดหย่อนภาษีสุด ๆ เพราะในปีก่อน ๆ เราก็ซื้อประกันเงินออมแบบน้อยมาก หรือ ซื้อ LTF เพื่อหักลดหย่อนภาษี ก็ซื้อเฉพาะพอหอมปากหอมคอ โดยสาเหตุในการซื้อก็คือ ฟังข้อมูลจากเพื่อน หรือ เจ้าหน้าที่ธนาคารชี้ชวนให้ซื้อ (ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนที่เรียนรู้จากการฟังเป็นหลัก ตามที่ @ekongbkk Personal Coach ทางด้าน NLP ของยุ้ยเป็นคนวิเคราะห์ให้ ^_^) กำลังคิดอยู่ว่า ทำไมเรายังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องประกันเลย เวลาที่มีพนักงานทางโทรศัพท์โทรเข้ามาขายประกัน บางตัวเราก็ซื้อไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพียงเพราะเจ้าหน้าที่บอกว่า แค่ 300บาทต่อเดือนก็คุ้มครองได้เป็นล้านเลยนะคะ หลงเชื่อสนิทใจ มารู้เข้าอีกทีก็มียอดหักผ่านบัตรเครดิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แล้วจะมีเครื่องมือไหนบ้างที่จะช่วยไกด์ให้เราทราบว่า เรามีรายได้เท่านี้ รายจ่ายเท่านี้ เราควรจะมีเงินออมเท่าไหร่หรือซื้อประกันประเภทไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุด และแล้ว บทความของพี่ไช้ก็จุดประกายมาก ๆ เนื่องจากมีการแนะนำเครื่องมือการคำนวณประกันไว้ด้วย ตามที่เราคิดไว้จริง ๆ (อะไรมันช่างเหมาะเจาะขนาดนี้ ฮึ่มมม…) ถ้าจะไล่เรียงว่ามีตัวไหนบ้างก็ขอแนะนำให้อ่านบทความพี่ไช้ที่แปะลิงค์ไว้ด้านบนน่าจะครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าให้เลือกว่าตัวไหนสะดุดตาผู้หญิงอย่างเรามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นของ AIA เพราะอะไรนะเหรอ…. ก็เพราะเป็นการ์ตูนเนี่ยแหละ และใช้งานไม่ค่อยยาก ไม่ต้องนั่งคีย์ตัวเลขลงไป ลักษณะเหมือนเราเล่นเกมง่าย ๆ อยู่ เช่น LINE POP คือ เลื่อนไปเลื่อนมา ซ้ายขวาขึ้นลง พอจบจะมีบทสรุปเรื่องเงินที่ต้องออม และ ควรออมในลักษณะไหนบ้าง
ใครที่สนใจก็ลองเข้าไปใช้งานได้ที่ http://campaigns.aia.co.th เมื่อเข้าไปแล้วเจอหน้าจอให้เลือกก่อนว่า เราจะตรวจสุขภาพการเงิน หรือ จะ ประเมินความเสี่ยง4โรคร้ายแรง ในที่นี้ยุ้ยจะพาทุกท่าน่ไปตรวจสุขภาพทางการเงินกันก่อนเลยค่ะ
การตรวจสุขภาพทางการเงินมีอยู่ 5 แบบได้แก่ หลักประกันของครอบครัว ค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพ เงินออมเพื่อการศึกษา เงินออมเพื่อการเกษียณที่สดใส เงินออมระยะสั้น แล้วแต่ความจำเป็นของแต่ละคน
เลื่อนไปเลื่อนมา คลิกซ้ายขวา แทบจะไม่ต้องกรอกตัวเลขลงไปเลย เหมือนเราเล่นเกมอยู่
ทำไปเรื่อยๆไม่ถึง2นาทีผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วว่าควรออมเงินเพิ่มเป็นจำนวนเท่าไหร่ หรือ ไม่ต้องออมแล้วเพราะเพียงพอสำหรับชีวิตปัจจุบัน
ทีนี้มาดูแบบประเมินความเสี่ยง 4 กลุ่มโรคร้ายแรง ได้แก่ กลุ่มโรคมะเร็ง กลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจ และ สุดท้าย กลุ่มโรคเบาหวาน อันนี้เป็นโรคยอดฮิตของคนไทยมาก ๆ ขอทดลองเล่นอันนี้ละกันค่ะ เพราะที่บ้านก็มีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน

โปรแกรมให้เราเลื่อน ๆ ซ้ายขวาอีกเช่นเคย
เย่ ๆ ดีใจจัง ผลออกมา ความเสี่ยงการเป็นเบาหวานของเราน้อยมาก (แต่ก็อย่านิ่งนอนใจเป็นอันขาด)
จบแล้วค่ะ ง่ายมาก ใครสนใจก็ลองเข้าไปใช้งานดูนะคะ โปรแกรมคำนวณและแนะนำได้ค่อนข้างดีทีเดียว จะช่วยให้คุณรู้ว่าเราควรออมเงินเท่าไหร่ มีประกัน แถมเขียนเป็นแบบ HTML5 ซะด้วย แปลว่า ถ้าไปเปิดกับ Smart Phone ก็สามารถใช้งานได้เหมือนเล่นผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ค่ะ …






